ดูแลอุปกรณ์วินด์เซิร์ฟจนกว่าจะกลับมาทับคลื่นกันใหม่

วินด์เซิร์ฟเป็นเกมกีฬาที่ทำให้ผู้เล่นได้ออกไปผจญภัยบนหลังคลื่น มีทั้งความสนุกและความท้าทายเป็นรางวัล หลังจากออกไปโต้ลมจนหนำใจก็ได้เวลาโบกมือลาแสงแดด สายลมและเกลียวคลื่นกลับสู่ฝั่ง ซึ่งที่นี่ยังไม่หมดภารกิจเพราะยังเหลือการดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมกลับไปลุยในครั้งหน้า

การดูแลอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ ในการเล่นวินด์เซิร์ฟเป็นสิ่งที่สำคัญมากและเป็นสิ่งที่นักเล่นทุกคนควรปฏิบัติในทุกๆ ครั้ง

เริ่มต้นจากชุดเวทสูทที่เปียกโชกและเชือกโยนตัวที่ฉ่ำน้ำทะเล ทั้งสองสิ่งต้องได้รับการซักล้างด้วยน้ำเปล่าที่สะอาดอีกครั้ง ผึ่งลมให้หายเปียก และต้องตรวจดูว่าสภาพหลังการเล่นครั้งนั้นๆ ชุดอยู่ในสภาพใด มีรอยขาดหรือไม่ เช่นกันกับเชือกผยุงตัว ต้องทดสอบว่ามันยังแข็งแรงทนทานดี

ตรวจแร็คหลังคาที่จะขนกระดานกลับ โดยต้องมั่นใจว่ามันอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ชำรุด มีน็อตโยกคลอน เพื่อเวลาที่ขับรถออกไปด้วยความเร็ว ลมที่มุดเข้าใต้กระดานอาจจะกระพือจนมันหลุดลอยออกไปทั้งยวงได้

เช็คอุปกรณ์ทุกอย่างว่าเก็บกลับมาครบถ้วน โดยอาจจะทำเช็คลิสต์ส่วนตัวเพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการใช้เวลาเดียวกันในการตรวจอุปกรณ์แต่ละชิ้นว่ายังพร้อมสำคัญการมาเล่นครั้งต่อไปหรือไม่

ในการทำเช็คลิตส์นั้นควรแยกทุกส่วนออกเป็นข้อๆ แบ่งเป็นในส่วนของกระดานที่ต้องดูว่ายังอยู่ในสภาพที่เป็นปกติดี เช็คช่องใส่เสาและข้อต่อว่ายึดล็อกได้แน่นหนาหรือไม่ ตรวจดูว่าครีบต่างๆ มีสภาพใบครีบเป็นปกติ ไม่บิดเบี้ยว แตกร้าว และสามารถใช้งานได้ เช็คช่องเสียบเท้าว่าตัวยึดและน็อตสกรูที่ขันยึดไว้ยังแน่นหนาดี ที่สำคัญต้องเช็คล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย

ขยับมาที่ส่วนของเสาและใบ ต้องทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำสบู่และเช็ดให้แห้ง ดูให้แน่ใจว่ามันยังอยู่ในสภาพที่ดี อุปกรณ์ที่มีการเลื่อนหรือยึดหดต่างๆ ทำได้ไม่สะดุด หากไม่อยู่ในสภาพที่ดีควรฉีดน้ำมันหล่อลื่นเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้นต่อไป พร้อมทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ ชุดโคนเสาสามารถสวมเข้าล็อคได้ง่าย ไม่ฝืดหรือหลวมไป

เช็คกล่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบหรือซ่อมเครื่องเล่นว่าไม่มีอะไรหาย ไม่ว่าจะเป็นสกรู มีด ชุดน้ำมันหล่อลื่น รวมไปถึงเชือกสำรอง

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำเสมอก็คือว่า การมีอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพที่ดีจะช่วยให้การออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ในต่างประเทศอย่างเช่นยุโรปนั้นจะมีฤดูกาลที่ไม่สามารถเล่นได้เช่นช่วงฤดูหนาว อุปกรณ์จะถูกเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ต้องมีการเก็บรักษาในรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย การเล่นวินด์เซิร์ฟสามารถทำได้แทบทั้งปี แต่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเสื่อมสภาพหรือชำรุดได้เร็วขึ้น

หลักใหญ่ในการดูแลอุปกรณ์การเล่นวินด์เซิร์ฟก็ประกอบด้วยการเช็คสภาพว่ามันยังมีความปลอดภัย และทำให้มันอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นักกีฬาสามารถสร้างนิสัยที่ดีจากการทำสิ่งที่ควรทำอย่างการใส่ใจดูแลอุปกรณ์เครื่องเล่นส่วนตัวเหล่านี้จนกลายเป็นความเคยชิน

เรื่องของเชือกและเงื่อนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเล่นวินด์เซิร์ฟ

เชือกเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นวินด์เซิร์ฟ เพราะมันคือส่วนที่ช่วยมัดรั้งให้กระดาน เสาและใบเรืออยู่ในตำแหน่งหรือจุดที่ใช้งานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการผูกปมเชือกอย่างถูกวิธีในการเตรียมตัวหรือเตรียมอุปกรณ์นั้น ย่อมส่งผลต่อเรื่องของคุณภาพในระหว่างการแล่นใบในกระแสลมกระแสคลื่นด้วย

เชือกที่ใช้เป็นอุปกรณ์ของวินด์เซิร์ฟปัจจุบันจะสัมพันธ์กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของชุดร้อยเชือกรั้งเสาและโคนเสา ซึ่งอยู่ที่ 23 มม. โดยเชือกมาตรฐานที่พอดีกับร่องของตัวร้อยเชือกคือขนาด 4.0 มม. นั่นเอง และแม้ว่าเชือกสามารถนำมาใช้งานได้จะมีหลายรูปแบบ แต่วัสดุที่นิยมนำมาใช้ตอนนี้เป็นกลุ่มเชือกโพลีเอสเตอร์

เชือกโพลีเอสเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานอกจากจะมีความเหนียวทนทานแล้ว ยังมีความนุ่มพอประมาณเมื่อเทียบกับเชือกชนิดอื่น ดังนั้นในการใช้มือดึงรั้งเชือกจะช่วยลดโอกาสบาดมือของนักวินด์เซิร์ฟไปได้มาก อีกทั้งยังช่วยลดการเสียดสีของเชือกที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน ทำให้เชือกไม่ขาดง่ายในเวลาที่ต้องรับมือกับแรงดึงจากกระแสลมที่แรง

เชือกอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือเชือกที่ใช้เป็น Harness Rope หรือเชือกโยนสำหรับการเล่นวินด์เซิร์ฟ นี่คือเชือกที่มีการเสียดสีกับร่างกายนักเล่นมากที่สุด บางครั้งก็เป็นเชือกที่ใช้รั้งเข้าเอวเพื่อเสริมการบังคับใบเรือให้เป็นไปตามต้องการ หากเลือกเชือกที่มีความยืดหยุ่นไม่เหมาะสม และมีเงื่อน (Knot) ที่ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในการเตรียมอุปกรณ์ของวินด์เซิร์ฟมีด้วยกัน 3 รูปแบบคือ

  1. Square Knot หรือเงื่อนพิรอด ถือเป็นเงื่อนโบราณและเก่าแก่มากที่สุด มีอีกชื่อเรียกว่า Hercules Knot เนื่องจากมันมีความแข็งแรงและความเหนียวแน่นในการยึดรั้งสูงมากนั่นเอง มักใช้ในการเชือกระหว่างเชือกสองเส้น
  2. Bowling Knot หรือเงื่อนบ่วงสายธนู อีกหนึ่งเงื่อนที่มีความสำคัญและใช้กันแพร่หลาย ฉายาของเงื่อนบ่วงสายธนูตั้งแต่ยุคโบราณคือ King of Knot หรือเป็นราชาของเงื่อน ลักษณะการใช้งานทั่วไปคือการผูกคล้องวัตถุหรือเสา เนื่องจากเป็นเงื่อนที่ไม่มีการรูดเลื่อนได้
  3. Clove Hitch Knot หรือเงื่อนตะกรุดเบ็ด เป็นเงื่อนที่ใช้ผูกคล้องหรือผูกรัดกับเสา ก้านเหล็กหรือแนวไม้ มีความตึงแน่นเมื่อออกแรงดึง และยิ่งแน่นขึ้นเมื่อออกแรงมากขึ้น

การผูกเชือกหรือเงื่อนที่ใช้ในการเล่นวินด์เซิร์ฟแบบอื่นที่มีประโยชน์ก็อย่างเช่นเงื่อนผูกปมตาไก่ที่สามารถใช้เก็บปลายเชือกที่หลุดลุ่ยได้ หรือเงื่อนผูกร่มที่ใช้ในการเสริมความเหนียวให้กับเชือกจุดที่ชำรุด หรือลดทอนความยาวของเชือกให้ไม่ยาวเกะกะโดยไม่ต้องตัดทิ้ง

อุปกรณ์วินด์เซิร์ฟที่อยู่ในสภาพที่ดีจะเป็นเครื่องช่วยเสริมความปลอดภัยให้นักเล่น การตรวจเช็คอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่มั่นใจได้ว่าแข็งแรง สมบูรณ์ ทนทานดี เป็นสิ่งจำเป็นขั้นแรกสุดเสมอก่อนที่จะเอากระดานและใบเรือลงสู่น้ำและแล่นออกไปสู้กับสายลม

ของมันต้องมี ไอเทมคู่กายสุดชิคสำหรับคนรักวินด์เซิร์ฟ

ใครว่าการเล่นกิจกรรมทางทะเลอันแสนเร้าใจและท้าทายอย่างวินด์เซิร์ฟ จะต้องมีอุปกรณ์เพียงแค่ Surfboard ชุดใบ หรือชุดเว็ทสูทเท่านั้น แน่นอนว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถือเป็นอุปกรณ์หลักสำคัญในการเล่นกีฬาทางน้ำชนิดนี้ แต่อย่างไรก็ดียังมีอุปกรณ์เสริมการเล่นวินด์เซิร์ฟที่เป็นไอเทมสุดชิคมาช่วยให้คนเล่นเกิดความมั่นใจ และรู้สึกเต็มที่กับการเล่นมากยิ่งขึ้นด้วยนะ เรียกว่าอุปกรณ์เสริมการเล่นวินด์เซิร์ฟเหล่านี้ก็สำคัญเช่นกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

นาฬิกาสำหรับวินด์เซิร์ฟ ไอเทมที่มากกว่าความเท่ของนักโต้คลื่น

การเล่นวินด์เซิร์ฟของหลาย ๆ คนอาจจะเป็นไปเพื่อความสนุกสนาน เป็นกิจกรรมที่ทำในยามไปท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่สำหรับบางคนเมื่อเล่นแล้วเกิดความชอบก็อยากจะพัฒนาการเล่นวินด์เซิร์ฟของตนเองให้ข้ามขั้นไปถึงการเล่นแข่งขันทั้งสมัครเล่นและในอาชีพ มีกีฬาหลายชนิดที่คล้าย ๆ กับวินด์เซิร์ฟเริ่มต้นเล่นกันเพียงคนแค่กลุ่มหนึ่งแล้วก็ขยายออกไปจนกลายเป็นกีฬาสากล มีการเปิดรับพนันกันด้วยผ่านระบบรับพนันออนไลน์ ซึ่งใครที่สนใจว่าเป็นกีฬาชนิดไหนบ้าง ก็สามารถเข้าไปค้นหาได้ในเว็บไซต์รับพนันกีฬาอย่าง VWIN แม้วินด์เซิร์ฟอาจจะยังไม่ใช่กีฬาสุดฮิตขนาดนั้น แต่ก็มีการแข่งขันในระดับโลกแล้ว และใครที่จะพัฒนาตนเองไปถึงระดับแข่งขัน ไอเทมหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “นาฬิกาสำหรับวินด์เซิร์ฟ” ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกซื้อมาสวมใส่อยู่หลายแบรนด์ หลายรุ่น นาฬิกาแบบนี้จะออกแบบมาเฉพาะสำหรับการเล่นเซิร์ฟหรือกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำโดยเฉพาะ จึงทำให้นาฬิกาแบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นาฬิกาบอกเวลาทั่วไป แต่เป็นนาฬิกาที่กันน้ำและกันกระแทกได้เป็นอย่างดี สามารถที่จะทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน สามารถที่จะบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ในการเล่นเซิร์ฟ ทั้งเรื่องความเร็ว ระยะทาง ที่สำคัญสามารถบอกจำนวนคลื่นที่นักเล่นโต้ผ่านไปได้ด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะสำคัญอย่างยิ่งต่อคนที่ต้องการพัฒนาการเล่นวินด์เซิร์ฟของตนเองให้สูงยิ่ง ๆขึ้นไปในทุก ๆ ครั้งที่เล่น

กางเกงเล่นเซิร์ฟก็เป็นไอเทมที่ไม่ควรมองข้าม

แน่นอนว่าถ้าคุณมีชุดเว็ทสูทแล้ว ก็ดูเหมือนว่ากางเกงเล่นเซิร์ฟจะไม่สำคัญไป เพราะปกติชุดเว็ทสูทจะมาทั้งเสื้อทั้งกางเกงพร้อมอยู่แล้ว แต่หลายคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในรูปร่างของตนเอง เพิ่งเริ่มหัดเล่นเซิร์ฟแล้วต้องมาสวมชุดเว็ทสูทที่รัดรูปก็ยิ่งทำให้รู้สึกมั่นใจในการเล่นเข้าไปอีก เพราะบางครั้งก็เขินอายกับการโชว์สรีระของตนเอง กรณีแบบนี้ก็ควรหากางเกงเล่นเซิร์ฟที่สวมใส่สบายดีไซน์สวยๆ  เท่ ๆ มาใส่แยกกับเสื้อไป กางเกงแบบนี้จะคล้ายๆ  กางเกงว่ายน้ำขาสั้น แต่ไม่รัดรูป ใส่สบายสามารถสวมใส่ไปในที่ต่าง ๆ ได้ไม่เพียงแค่การใช้งานเวลาเล่นเซิร์ฟเท่านั้น สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้แต่ก็สำคัญไม่น้อยเพราะเพิ่มความมั่นใจให้ได้มากทีเดียว

ไอเทมสองสิ่งที่นำมาแนะนำกันนี้อย่ามองข้าม เพราะมีผลกับการเล่นวินด์เซิร์ฟของคุณแน่นอน ยังไงก็ลองพิจารณากันดูแล้วคุณจะมีความมั่นใจในการเล่นและสามารถพัฒนาตัวเองในการเล่นเซิร์ฟไปอีกขั้นได้

ตั้งจุดตรวจให้มั่นใจ ก่อนลงไปลุยทะเลแบบหายห่วง

สุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า “คีบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” นั่นแปลเป็นความห่วงใยได้ว่า การออกทะเลนั้นอย่าได้ประมาท เพราะหากให้ระมัดระวังย่อมเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อ และเพื่อให้คำคนเฒ่าคนแก่นั้นมีความหมายและเป็นประโยชน์สมดังเตือน เราจะมาเรียนรู้กันว่ามีอะไรบ้างที่นักวินด์เซิร์ฟควรตรวจเช็คก่อนลงทะเลบ้าง

กระดาน (Board) เรื่องใหญ่ที่สุดที่สามารถเกิดกับบอร์ดหรือกระดานของนักเล่นได้คือการหักเป็นสองเสี่ยง เพราะท้องบอร์ดนั้นไม่ได้เดินทางราบเรียบไปบนพื้นน้ำ หากแต่มันปะทะ กระแทกกับผิวน้ำอยู่ตลอดเวลา ในการตรวจกระดานจึงควรดูว่าไม่มีริ้วรอยหรือแนวร้าวของบอร์ดที่ยาวมากหรือยาวพาดบอร์ด เพราะอาจจะหักได้ระหว่างที่กำลังแล่นอยู่ในทะเล

โคนเสา (Mast Foot) เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างบอร์ดและชุดเสาของใบเรือ ตามปกติก็ทำจากยางซึ่งสามารถเสื่อมสภาพไปจากการโดนลม รังสียูวี และกรดเกลือในทะเล สิ่งที่เกิดตามมาคือการเสื่อมสภาพ ฉีกขาด และไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งหากมันเกิดเหตุการณ์ขึ้นห่างฝั่งไปมากย่อมเป็นอันตรายต่อนักเล่นวินด์เซิร์ฟ

เชือกทั้งสามจุด (Outhaul Rope, Downhaul Rope, Uphaul Rope and Harness Line) ไม่ว่าจะเป็นเชือกดึงรั้งใบหรือเชือกสำหรับโหน สิ่งที่ต้องจำเสมอคือเชือกเหล่านี้มักมีปัญหาขาดหรือเปื่อยได้ง่ายเนื่องจากการเสียดสีพื้นทราย ซึ่งจะทำให้มันเกิดความเปล่าประโยชน์ทุกประการหากขาดขึ้นมาระหว่างที่แล่นในทะเล ที่สำคัญยังเสี่ยงอันตรายที่มันจะไปพันเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ จนเกิดการกระตุกรั้งบอร์ดไว้และทำให้เกิดอันตรายอื่นๆ ตามมา

ใบเรือ (Sail) เป็นเรื่องที่จินตนาการได้ว่าวินด์เซิร์ฟจะเคลื่อนที่ไม่ได้เลยถ้าอุปกรณ์ขึงจับลมของมันไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นในการตรวจดูอุปกรณ์อย่างใบเรือก็ต้องเน้นเรื่องของรูหรือรอยฉีก เพราะแม้จะเป็นรูเล็กๆ แต่เมื่อออกไปรับลมในทะเลแล้วก็มีความเป็นไปได้ที่มันจะฉีกขาดเป็นแผลใหญ่กว่าเดิมจนไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้อีกต่อไป

เสา (Mast) เป็นเหตุผลประการเดียวกันกับใบเรือนั้นเอง เนื่องจากเสาที่หักก็จะทำให้การทำงานของวินด์เซิร์ฟไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อออกไปห่างจากชายฝั่ง แม้จะไม่มีลมช่วย แต่การมีเสาและใบเรือก็ยังพอที่จะใช้กำลังตัวเองสร้างลมพาบอร์ดกลับสู่ฝั่งได้ แต่ถ้าเสาหัก นักเล่นก็หมดสิทธิ์ทำอะไรได้ทุกประการ

บูม (Boom) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ขึงใบเรือและเป็นจุดที่ใช้งานออกแรงเพื่อบังคับเรือ โดยโครงของบูมที่มีให้ยึดจับทั้งสองข้างของใบเรือนั้น จำเป็นที่จะต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ทั้งสองด้านเสมอ หากด้านใดด้านหนึ่งหมดสภาพ หัก หรือหลุดจนขาดการควบคุมใบเรือให้แล่นดั่งใจได้ มันจะมีผลต่อบูมที่อยู่คู่กันด้วยเสมอ ความคิดที่ว่ายังมีบูมอีกข้างเหลืออยู่เป็นความคิดที่ผิด

อุปกรณ์วินด์เซิร์ฟที่อยู่ในสภาพที่ดีจะเป็นเครื่องช่วยเสริมความปลอดภัยให้นักเล่น การตรวจเช็คอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่มั่นใจได้ว่าแข็งแรง สมบูรณ์ ทนทานดี เป็นสิ่งจำเป็นขั้นแรกสุดเสมอก่อนที่จะเอากระดานและใบเรือลงสู่น้ำและแล่นออกไปสู้กับสายลม

เล่นวินด์เซิร์ฟทั่วไทยต้องระวังอะไรบ้าง

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในทะเลอย่างวินด์เซิร์ฟ ถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากขึ้น นักเล่นที่พัฒนาตัวเองจากระดับนักท่องเที่ยวที่อยากรู้อยากลอง เปลี่ยนเป็นนักเล่นที่ออกโต้ลมกันเป็นประจำ ซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ก็มักมีการเปลี่ยนแปลงที่เล่นไปหลายๆ แห่งเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ

ชายหาดทั่วประเทศไทยหลายจุดกลายเป็นแหล่งเล่นวินด์เซิร์ฟที่มีนักเล่นมาไม่ขาดสาย แต่ในทุกกิจกรรมก็ย่อมมีอันตรายทั้งทางตรงและที่แฝงมาอยู่ด้วย ซึ่งการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการเล่นวินด์เซิร์ฟก็คือหัวใจสำคัญที่ต้องนึกถึงเสมอ และต่อไปนี้คือภาพรวมของอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดขึ้นจากการวินด์เซิร์ฟ

อาการบาดเจ็บทางร่างกาย การเล่นวินด์เซิร์ฟมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดแผลจากขั้นตอนการเล่น อาทิ การโดนอุปกรณ์วินด์เซิร์ฟฟาด การตกกระแทกน้ำ ที่อาจจะทำให้เกิดการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ เกิดแผลฉีกขาด ฟันหัก กระดูกหักได้ ดังนั้นนักเล่นต้องรู้จักป้องกันตนเองในเบื้องต้น และเล่นด้วยความไม่ประมาท

อาการป่วยไข้ เนื่องจากการเล่นวินด์เซิร์ฟเป็นกิจกรรมที่ต้องตากแดดตากลมตลอดเวลา ร่างกายและเสื้อผ้าเปียกน้ำอยู่เสมอ ทั้งยังต้องโดนลม ละอองน้ำหรือแม้กระทั่งลมฝน ย่อมเป็นสาเหตุให้นักกีฬาวินด์เซิร์ฟมีโอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วหากนักเล่นคนใดที่พบว่าตนเองไม่อยู่ในสภาพพร้อมผจญสภาพอาการอันสมบุกสมบันระหว่างเล่นได้ก็ไม่ควรฝืนลงไปเล่น เพราะจะกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้อื่นได้

อุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนหรือปะทะ นั่นเพราะชายหาดแต่ละแห่งมีสภาพแตกต่างกันไป บางแห่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีผู้มาพักผ่อนและเล่นน้ำทะเลมาก พื้นที่บางแห่งจึงมีความแออัด หากเล่นวินด์เซิร์ฟโดยขาดความระมัดระวังและช่างสังเกตรอบข้าง มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ทิศทางการเล่นวินด์เซิร์ฟอาจจะพุ่งไปปะทะผู้คนที่กำลังว่ายน้ำ ขับเจ็ทสกี หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่เดียวกันได้

อันตรายจากสัตว์ในทะเล แม้ว่าสิ่งที่น่ากลัวสำหรับคนทั่วไปในทะเลจะเป็นฉลาม แต่ความจริงแล้วสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บสำหรับนักวินด์เซิร์ฟมากที่สุดคือพิษจากแมงกะพรุนนี่เอง ซึ่งชายหาดตลอดแนวชายทะเลเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์และชุมพรคือพื้นที่ที่มีจำนวนแมงกะพรุนมีพิษที่สามารถสร้างอันตรายแก่นักเล่นจำนวนมากที่สุด

อันตรายจากการจมน้ำ อุปกรณ์วินด์เซิร์ฟหลายชิ้นมีลักษณะเป็นเส้นเชือกที่สามารถไปพันเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการเกี่ยวกับสายโยงหรือสายผูกทุ่นในทะเล ซึ่งในสถานการณ์ปกตินักเล่นสามารถที่จะทำการแกะแก้เชือกออกได้ แต่หากการพันกันนั้นเกิดในช่วงเวลาที่กำลังมีคลื่นลมรุนแรง ก็อาจจะทำให้นักวินด์เซิร์ฟหมดแรงหรือได้รับบาดเจ็บ ติดอยู่ในอุปกรณ์หรือถูกกดทับจมลงไปในน้ำ เกิดเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

จะเห็นได้ว่าการเล่นวินด์เซิร์ฟเองก็มีจุดที่ต้องให้ความระมัดระวัง แม้ว่าจะเป็นหนึ่งกิจกรรมที่มีความปลอดภัยสูงมากก็ตาม แต่ทั้งนี้เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้างในระหว่างที่กำลังประคองบอร์ดอยู่ในทะเล ดังนั้นการตั้งต้นบนความไม่ประมาทอยู่เสมอจะดีที่สุดสำหรับทุกคน

10 กฎเหล็กเอาบอร์ดออกไปโต้ลมอย่างปลอดภัย

การเล่นวินด์เซิร์ฟนั้นก็เหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ผู้เล่นต้องใส่ใจในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างสูง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากการออกไปเล่นในท้องน้ำหรือท้องทะเลนั้นเป็นจุดที่ยากต่อการเข้าถึงของผู้ช่วยเหลือ ดังนั้นเงื่อนไขเกี่ยวกับความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ความปลอดภัยในการเล่นวินด์เซิร์ฟนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำที่ใช้เป็นกฎเกณฑ์ทุกครั้งสำหรับนักวินด์เซิร์ฟไว้ 10 ข้อดังนี้ โดยหัวใจของเรื่องความปลอดภัยนี้ เขาให้แนวคิดไว้ว่า ถ้าล้มเหลวเรื่องเตรียมตัวก็คือเตรียมตัวที่จะล้มเหลวหรือเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยนั่นเอง

  1. เตรียมอาวุธ อาวุธของนักวินด์เซิร์ฟไม่ใช่แค่ตัวบอร์ดหรือใบเรือ แต่หมายถึงชุดอุปกรณ์ทั้งหมด เมื่อไปถึงหาด ก่อนที่จะลงไปลุยคลื่น สิ่งที่ต้องทำคือการตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ว่าไม่มีชิ้นไหนอยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่อการชำรุด
  2. ตรวจตัวเอง การสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมต่อการเล่น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการทำให้ร่างกายอบอุ่น และชุดที่ต้องไม่อึดอัดมากเกินไป
  3. ตั้งเวลา ในการออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟนั้น ผู้เล่นจะต้องออกไปในพื้นที่ซึ่งบางครั้งไกลจากจุดที่ตั้งต้นมาก ดังนั้นต้องวางแผนในการเล่นว่าจะเล่นเป็นเวลานานขนาดไหนก่อนที่จะกลับมายังจุดเดิมหรือเข้าฝั่ง และต้องให้มั่นใจว่ามีคนบนฝั่งที่รู้และจับความผิดสังเกตได้ถ้าคุณกลับมาไม่ถึงในเวลาที่วางแผนกันไว้
  4. อย่าท้าทายพายุ เพราะความอันตรายของทะเลในวันที่เกิดพายุนั้นน่ากลัวมาก ก่อนจะออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟ ผู้เล่นควรที่จะเช็คสภาพลมฟ้าอากาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วัน หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องอ่านสภาพอากาศในวันที่จะเล่นให้ออก เพื่อคาดการณ์ว่าจะมีฝนหรือลมพายุแรงๆ หรือไม่
  5. ฟังเรื่องเล่าเจ้าถิ่น สำหรับนักเซิร์ฟหน้าใหม่ที่ไปลองสถานที่ที่ยังไม่เคย สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการเข้าไปทักทายนักวินด์เซิร์ฟท้องถิ่น นอกจากจะเป็นการแสดงมารยาทที่ดี สร้างความเป็นกันเองตามประสานักเล่นบอร์ดด้วยกันแล้ว การรับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพน้ำ ลม จุดน่าเล่นและจุดอันตรายที่นักวินด์เซิร์ฟต่างถิ่นควรระวังก็จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการเล่นครั้งนั้นๆ ด้วย
  6. ไม่มั่นใจไม่ควรออก บางครั้งการเล่นวินด์เซิร์ฟก็เหมือนการขับรถ ต้องมีความมั่นใจที่จะเหยียบขับเร่งให้รถพุ่งออกไป ในการเซิร์ฟก็เช่นกัน หากมองดูสภาพลมฟ้าอากาศ ระดับคลื่น จำนวนผู้คนในพื้นที่หาดใกล้แนวเล่น หากรู้สึกว่าไม่ชัวร์ที่จะรักษาความปลอดภัยทั้งตัวเองและคนร่วมพื้นที่ได้ ท่านว่าวันนั้นไม่ออกไปเซิร์ฟดีกว่า
  7. อะไหล่สำรองพร้อม เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน เพราะในการออกเซิร์ฟนั้นเราคาดการณ์อะไรไม่ได้ อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่น เชือกขาด ผ้าใบเรือเสียหาย หรือบอร์ดกระแทกจนไม่อยู่ในสภาพแล่นต่อ อุปกรณ์อย่างเชือกสำรอง ธงโบกขนาดเล็ก หรือนกหวีดเป็นเครื่องแก้สถานการณ์ชั้นดี
  8. ออกไปเซิร์ฟกับก๊วน การออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีความเสี่ยงเรื่องความไม่ปลอดภัย รวมถึงการเล่นวินด์เซิร์ฟด้วย เป็นการดีกว่าถ้าจะไม่ออกไปเล่นคนเดียว หากไม่สามารถไปเป็นกลุ่มก็ควรมีเพื่อนร่วมเล่นอย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน ที่สำคัญการหัวเราะร่วนไปด้วยกันระหว่างเซิร์ฟทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น
  9. ฝึกมากๆ ทำให้เล่นได้ปลอดภัย การหมั่นฝึกฝนการเล่นวินด์เซิร์ฟให้ชำนาญ ตั้งแต่การจัดท่าทาง การบังคับใบเรือ การขึ้นลงบอร์ดในน้ำ รวมไปถึงการฝึกว่ายน้ำให้ชำนาญจะช่วยให้สามารถเล่นวินด์เซิร์ฟได้อย่างปลอดภัย เพราะลำพังการหวังรอให้การ์ดชายหาดจับตามมองคุณอยู่ตลอดเวลาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
  10. ฝึกใจเย็น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้ามีสติ ทุกอย่างก็คลี่คลายได้ ดังนั้นเมื่อออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟไม่ว่าที่ใดก็ตาม จะต้องมีสติและคิดอย่างใจเย็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะความไม่แน่นอนคือความแน่นอน เราไม่มีสิทธิ์รู้ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน แต่หากใจเย็นพอก็จะคิดและหาทางแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คลื่นลมในทะเลคือตัวช่วยสนับสนุนให้การเล่นวินด์เซิร์ฟสนุกเพิ่มมากขึ้น เพราะยิ่งมีลมและคลื่นมาก ความท้าทายในการแล่นให้เร็วและควบคุมตัวให้บอร์ดพุ่งทะยานไปยิ่งมากตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัยอยู่เสมอ

ผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อนแท้ของนักแล่นใบ

แสงแดดเป็นสิ่งที่นักเล่นกีฬาทางน้ำต้องเจอ ซึ่งสิ่งที่มาคู่กันกับแสงแดดก็คือรังสีต่างๆ และที่คนกังวลและกลัวมากที่สุดก็คือรังสี UV นักเล่นวินด์เซิร์ฟที่ดีจึงควรรู้จักหาวิธีป้องกันตนเองจากอันตรายที่มาพร้อมกับแสงแดดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าเมื่อไม่มีร่มกลางทะเลให้หลบ การป้องกันตนเองจากอันตรายที่มาพร้อมกับแสงแดดก็คือการใช้สารกันแดดนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์กันแดด (sun protection product) เป็นสิ่งที่ผู้คนที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งควรใช้ โดยทั่วไปแล้วจะถูกกำหนดมาตรฐานสากลไว้ด้วยระดับของ SPF (sun protection factor) และ PFA (protection factor of UV-A)

ค่า SPF ที่คุ้นหูอย่างเช่น SPF-15, SPF-30 หรือ SPF-50 หมายถึงค่าประสิทธิภาพในการป้องกันการไหม้แดงของผิวที่เกิดจากรังสี UV-B ซึ่ง UV-B เป็นรังสีที่ปนมาในแสงแดด มีอำนาจในการทำให้ผิวหนังบวมแดง ไหม้และลอก ตามปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ระหว่าง 2-15 จะสามารถดูดซับหรือสะท้อนรังสี UV-B ได้ที่ 50-90% ส่วนค่า SPF 15-30 จะมีประสิทธิภาพที่ 90-96% ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30-50 จะมีประสิทธิภาพดูดซับหรือสะท้อนรังสีได้ที่ 96-98% กล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปมีคุณสมบัติแทบไม่แตกต่างกัน

ค่า PFA เป็นความสามารถในการป้องกันรังสี UV-A ซึ่งเป็นรังสีที่ทะลุทะลวงได้ดีกว่า UV-B โดยมันจะทะลุชั้นผิวหนังลงไปถึงหนังแท้ แล้วไปทำลายในส่วนของเนื้อเยื่อคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติก และมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีหรือเมลานินที่มีความเข้มมากขึ้นหรือกลายเป็นผิวสีแทน ซึ่งค่าของ PFA จะมีตั้งแต่ 2-4, 4-8 และตั้งแต่ 8 ขึ้นไป ยิ่งมีค่าสูงก็ยิ่งป้องกันการทะลุผ่านของ UV-A ได้มากกว่า

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดมีให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายสูตร โดยผู้ผลิตจะผลิตออกมาเป็น 3 รูปแบบคือแบบครีมหรือโลชั่นเรียกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อิมัลชั่น โดยการเอาสารประกอบหลายๆ ตัวมากวนรวมกัน ผู้ใช้งานต้องทาครีมหรือโลชั่นบนผิวกายและใบหน้า ซึ่งอาจจะรู้สึกเหนอะหนะได้ ทำให้นอกจากการแข่งขันเรื่องคุณภาพป้องกันแสงแดดแล้ว ยังเกิดการแข่งขันกันว่าใครจะผลิตสารกันแดดที่เหนอะหนะน้อยกว่ากันอีกด้วย

รูปแบบต่อมาคือรูปแบบเจล ซึ่งเป็นอีกระดับของสารกันแดด เนื่องจากมันมีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่สวยงามกว่า มีความใส น่าใช้งานมากกว่า แต่ปัญหาใหญ่ของผลิตภัณฑ์แบบเจลคือการที่มันมีสภาพเหมือนแผ่นฟิล์มบางๆ ทำให้เมื่อโดนน้ำมักหลุดเลือนได้ง่ายกว่าแบบครีมหรือโลชั่น แถมส่วนใหญ่แล้วมักมีราคาแพง

รูปแบบสุดท้ายคือรูปแบบสเปรย์ เป็นรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้งาน มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อใช้งานจะดูกลืนไปกับผิวมากกว่า เพราะถ้าเป็นแบบครีมมักทำให้เกิดปื้นขาวหรือคราบขาวที่ชัดเจน แต่ประสิทธิภาพของแบบสเปรย์นี้ถือว่าน้อยที่สุดในกลุ่มเพราะมักเกิดการเคลือบผิวที่ไม่ทั่วถึงต่อเนื่อง ทำให้สามารถเกิดระดับสีผิวที่แตกต่างกันได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับนักวินด์เซิร์ฟยังต้องคำนึงถึงเรื่องของระยะเวลาในการป้องกันรังสีต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ว่าในการใช้งานแต่ละครั้งสามารถอยู่ทนได้นานแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับระดับของสารกันน้ำ (water resistance product) ซึ่งมีค่ากลางๆ ให้เลือกอยู่ที่ 40 กับ 80 นาทีด้วยกัน

แต่การป้องกันตนเองจากแสงแดดด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเดียวยังไม่จบ เพราะเมื่อเสร็จจากกิจกรรมกลางทะเลแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรต้องใช้ร่วมด้วยคือผลิตภัณฑ์หลังออกแดด (after-sun product) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารลดการอักเสบของผิวจากการโดนแสงแดดหรือสารที่ผสมอยู่ในสารกันแดด เพราะแม้จะมีสารกันแดดช่วยแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะป้องกันได้ 100% แถมในสารกันแดดเองยังมีส่วนผสมบางอย่างที่อาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้ด้วย ผลิตภัณฑ์หลังออกแดดจึงเป็นตัวช่วยที่ปิดท้ายการเล่นกิจกรรมกลางแจ้งอย่างวินด์เซิร์ฟได้เป็นอย่างดี

การเล่นวินด์เซิร์ฟจึงไม่ใช่เพียงแค่การรู้จักวิธีเล่นให้สนุกและเก่งเท่านั้น หากแต่การรู้จักป้องกันตนเองจากแสงแดดและหลังออกแดดก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่กายที่ควรมีไว้เสมอเช่นเดียวกับอุปกรณ์วินด์เซิร์ฟนั่นเอง

เล่นวินด์เซิร์ฟให้ดี ต้องรู้จักกระแสลม

กีฬาวินด์เซิร์ฟเป็นกีฬาที่อาศัยทักษะและร่างกายในการบังคับและควบคุมบอร์ดกับใบเรือให้เหมาะสมกับสภาพคลื่นและลม ดังนั้นหัวใจสำคัญของการเล่นวินด์เซิร์ฟให้ได้ดีจึงเป็นการจัดการกับเรื่องของลมและคลื่นให้ถูกต้องนั่นเอง

นอกจากความเข้าใจในเรื่องของลมบกเกิดตอนกลางคืนและลมทะเลเกิดตอนกลางวัน โดยเป็นลมที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตำแหน่งของอุณหภูมิเหนือพื้นที่บนบกและในทะเล นักเล่นวินด์เซิร์ฟยังควรรู้จักลมในทะเลอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีสามลักษณะคือลมพัดออก(Offshore) ลมพัดเข้า(Onshore) และลมพัดขนานฝั่ง(Sideshore) ซึ่งช่วงเวลาในแต่ละฤดูกาลก็จะทำให้เกิดลมในแต่ละพื้นที่ต่างกันไป

นักเล่นวินด์เซิร์ฟส่วนใหญ่มักชอบลมพัดเข้าหรือลมพัดขนานฝั่งเพราะสามารถตั้งใบจับลมได้ง่ายกว่า โดยลมประเภทนี้จะเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่งทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง ผิดกับลมพัดออกที่บางครั้งต้องจ้วงบอร์ดพาตัวเองออกไปไกลจากฝั่งมากเพื่อหาจุดรับลมให้เจอ

ประเทศไทยนั้นมีลมที่พัดเป็นสองกลุ่มใหญ่คือลมตะเภาหรือลมว่าว (ของภาคกลาง) ที่พัดจากทิศทางตะวันตกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลมที่เกิดในฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การเล่นวินด์เซิร์ฟที่สุด ลมชนิดนี้จะพัดเข้าหาชายฝั่งทะเลภูเก็ตและพังงา ดังนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย หาดทรายภูเก็ตและพังงา รวมถึงเกาะน้อยใหญ่จะเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่รักการเล่นเซิร์ฟ สภาพของลมที่พัดในช่วงเวลานี้จะค่อนข้างเหมาะแก่การหัดเล่นวินด์เซิร์ฟ เนื่องจากแม้จะมีลมจัดแต่ทะเลค่อนข้างเรียบ นักเล่นสามารถที่จะเล่นได้โดยไม่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ อีกทั้งอากาศมีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การเล่นกิจกรรมทางน้ำ

ขณะที่เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว อิทธิพลความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน จะทำให้เกิดลมที่ค่อนข้างแรง พื้นที่ชายทะเลระยองและชลบุรี โดยเฉพาะที่พัทยา บางแสนและสัตหีบ รวมถึงหัวหินจะมีคลื่นสูงกว่าปกติ ทำให้เหมาะแก่การออกไปท้าทายความสามารถของนักเล่นวินด์เซิร์ฟที่มีความชำนาญสูงกว่า การแล่นวินด์เซิร์ฟสามารถทำความเร็วได้สูง

แต่ก่อนนักเล่นวินด์เซิร์ฟอาจจะต้องใช้ประสบการณ์ในการจดจำว่าลมในแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะการพัดแบบใด ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก การคาดเดาเรื่องของกระแสลมก็ไม่ต่างจากการพยากรณ์อากาศ ดังนั้นจึงสามารถที่จะเช็คสภาพของลมที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าตามช่วงเวลาได้จากหลายแหล่ง แต่ที่นิยมสุดก็จะเป็น เว็บไซต์ Windguru.com ที่ค่อนข้างมีความละเอียดและแม่นยำ

 ในปัจจุบันการรู้จักลมและช่วงเวลาของลมนั้นถือส่วนหนึ่งในการศึกษาวิธีเล่นวินด์เซิร์ฟให้เก่งขึ้น เพราะวินด์เซิร์ฟไม่เพียงแต่จะใช้ลมช่วยให้บอร์ดแล่นไปได้ แต่การทิศทางการแล่นของวินด์เซิร์ฟก็เกี่ยวข้องกับเรื่องลมด้วย การบังคับเรือหรือบอร์ดให้แล่นในทิศทางต่างๆ ทั้งแล่นขึ้นลม ตัดลม ลงลม ตามลมหรือสวนลม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางแนวตัวบอร์ดหรือเรือ โดยการแล่นแต่ละแบบเหตุผลในตัวเอง และมีผลในเรื่องของความเร็วโดยตรง

เพราะกระแสลมที่มีการพัดเปลี่ยนแนวอยู่เสมอถือเป็นข้อทดสอบว่านักวินด์เซิร์ฟคนนั้นๆ สามารถกำหนดการเล่นหรือบังคับบูมเรือให้จับลมได้ถูกต้องเพียงใด และประสบการณ์จากการได้แล่นวินด์เซิร์ฟในลมและคลื่นจริงๆ มากครั้งเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้นักเล่นวินด์เซิร์ฟได้ทำความรู้จักกับลมดีขึ้นเท่านั้น

รวมเหตุผลเด็ดที่ควรเล่นวินด์เซิร์ฟกันเถอะ

กีฬาวินด์เซิร์ฟนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ได้รับความนิยมสูงมากในต่างประเทศ ภาพนักเล่นทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเอาบอร์ดออกไปโต้ผิวน้ำรับลมกันเนื่องแน่นในจุดที่เป็นแหล่งเล่นเป็นภาพชินตาอยู่เสมอ สำหรับเมืองไทยเองตอนนี้ก็ถือว่าได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

การเล่นวินด์เซิร์ฟนั้นอาจจะมองว่ามีความยากและดูอันตราย ความจริงแล้วการเล่นกีฬาเกือบทุกอย่างล้วนมีความยากง่ายในตัวมันเอง และความปลอดภัยก็เกิดขึ้นได้จากความไม่ประมาทและการเตรียมตัวป้องกันอย่างรัดกุม ขณะที่ข้อของการเล่นวินด์เซิร์ฟนั้นก็ไม่ใช้น้อยๆ ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้รับรู้กันดังนี้

ดีต่อใจ มันย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีสำหรับการได้ออกกำลังกลางแจ้ง ไม่ว่าจะปั่นจักรยานหรือวิ่ง แต่ลองนึกสภาพว่าได้ออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟบนผิวน้ำ ร่างกายได้สัมผัสสายลม ผิวได้รับแสงแดด และวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศสวยๆ เป็นองค์ประกอบ โดยเฉพาะยามเช้าๆ ของเมืองไทยที่เหมาะกับการออกแล่นใบรับลมเหนือริ้วคลื่น

ร่างกายแข็งแรง การออกไปเล่นวินด์เซิร์ฟที่ต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายในการบังคับและทรงตัวบนกระดาน ร่างกายตลอดลำตัวทั้งแขน หลังและขาถูกใช้ในการบังคับ ควบคุม ตลอดจนออกแรงโบกบูมเพื่อสร้างลมให้บอร์ดพุ่งไปข้างหน้า เท่านั้นยังไม่พอ สมองยังต้องมีการคิดคำนวณว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เล่นวินด์เซิร์ฟได้ดีและปลอดภัยในสภาพอากาศและลมแบบต่างๆ

หัวใจได้สูบฉีด การออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อทั่วร่างได้ออกแรง สิ่งที่เกิดตามมาคือการใช้พลังงานและออกซิเจนที่มากขึ้น ดังนั้นเมื่อนักเล่นวินด์เซิร์ฟได้ออกไปสู่ผืนน้ำกว้าง หัวใจก็ต้องทำหน้าที่ปั้มเลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงมากขึ้น การที่ระบบหลอดเลือดและหัวใจได้ทำงานอยู่เสมอทำให้ระบบนี้แข็งแรงและทนทาน โอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดและหัวใจลดลง เป็นการป้องกันปัญหาเกี่ยวกับโรคได้หลายอย่าง

มือใหม่ได้กำไรที่สุด แน่นอนว่าวินด์เซิร์ฟก็เหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ต้องมีการหัดเล่นก่อนที่จะชำนาญ คนที่เพิ่งหัดเล่นวินด์เซิร์ฟจะได้เผชิญหน้ากับความท้าทายในการประคองตัวเองบนบอร์ด รักษาสมดุล และออกแรงให้ใบเรือพาบอร์ดแล่นออกไป การตกเรือหรือตกบอร์ดนับเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็ปลอดภัยจากการบาดเจ็บเพราะมีน้ำเป็นตัวรับแรงกระแทก ที่สำคัญการออกแรงปีนกลับขึ้นมาบนบอร์ดเองก็ใช้พลังงานไม่ต่างกันกับการบังคับเรือด้วย

เผาผลาญแคลอรี่ได้มาก ในการเล่นวินด์เซิร์ฟนั้นถูกคำนวณว่า ถ้าเป็นนักเล่นวินเซิร์ฟแล้วจะสามารถเผาผลาญแคลลอรี่ได้มากถึง 1,000 แคลอรี่ต่อชั่วโมง แต่สำหรับผู้ที่เล่นเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจนั้นแม้จะมีระดับเผาผลาญลดลงมา แต่ระดับการเผาผลาญก็ยังอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 500 แคลอรี่ต่อชั่วโมง ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่นักเล่นวินด์เซิร์ฟเป็นประจำจะมีทรวดทรงร่างกายที่ดีขึ้น

มากกว่าการออกกำลังกาย วินด์เซิร์ฟอาจจะเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม แต่เมื่อจินตนาการว่ากำลังเคลื่อนที่ระดับ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราวๆ 30 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงไปกับกระแสลม มันก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและเพลินจนลืมว่ากำลังออกกำลังกายอยู่ ที่สำคัญคือมันช่วยให้สามารถเล่นวินด์เซิร์ฟได้นานๆ เพราะมีการคำนวณว่าค่าเฉลี่ยของนักเล่นวินเซิร์ฟนั้นอยู่ที่ประมาณ 5-6 ชั่วโมงต่อวัน จำนวนชั่วโมงขนาดนี้มากกว่าการเข้ายิมที่ตามปกติแล้วแค่ 3-4 ชั่วโมงก็กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและเหนื่อยแล้ว

เมื่อได้เรียนรู้ข้อดีของการเล่นวินด์เซิร์ฟแล้วว่ามันมีดีมากมายขนาดนี้ คนรักสุขภาพควรมีวินด์เซิร์ฟเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คู่ควรเก็บมาไว้ในลิสต์ สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งในครั้งต่อไปกันได้แล้ว

ข้อแนะนำในการเลือกบอร์ดสำหรับเล่นวินด์เซิร์ฟให้เหมาะสำหรับคุณ

การเลือกบอร์ดหรือกระดานสำหรับเล่นวินด์เซิร์ฟนั้นเป็นเรื่องที่ชวนสับสนอยู่ไม่น้อยสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ใหม่ๆ มีเพียงผู้ที่เชี่ยวชาญและลองเล่นมาทุกรูปแบบแล้วเท่านั้นที่จะรู้ว่าตัวเองเหมาะกับบอร์ดแบบไหนมากที่สุด เราจึงมีข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ในการเล่นวินด์เซิร์ฟที่อยากจะหาบอร์ดที่เหมาะกับตัวเองโดยที่ไม่ต้องใช้เวลาในการลองเล่นกับบอร์ดหลากหลายแบบมาฝาก

ปริมาตร

ปริมาตรของบอร์ดนั้นอ้างอิงจากปริมาตรของความจุน้ำ โดยน้ำ  1 ลิตรคือความจุของน้ำหนักที่ลอยเหนือน้ำ 1 กิโลกรัม ซึ่งคุณควรเลือกปริมาตรที่เหมาะสมและทำให้คุณลอยจากน้ำได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีน้ำหนัก 80 กิโลกรัม น้ำหนักโดยรวมของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คุณจะใช้ในการเล่นวินด์เซิร์ฟไม่ว่าจะเป็นชุด ใบและน้ำหนักของบอร์ดจะต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัม โดยคำนวณจากน้ำหนัก 1.15 กิโลกรัมจะเท่ากับปริมาตรของบอร์ด 1 ลิตร และปริมาตรที่เหมาะสมกับการลอยเหนือน้ำจะอยู่ที่ 100 ลิตร

แต่หากคุณอยากจะเร่งความเร็วในการแล่น อาจจะลองใช้บอร์ดที่มีปริมาตร 40-60 ลิตร และหากคุณเล่นจนเชี่ยวชาญขึ้นแล้ว ก็สามารถเลือกบอร์ดที่มีปริมาตรเบาลง เช่นขนาด 20-40 ลิตร ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็วและเหมาะกับการเล่นในกระแสลมที่แรง

ครีบ (Fin)

เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนกับครีบที่ติดอยู่ด้านล่างของบอร์ด มีส่วนช่วยให้บอร์ดลอยตัวและช่วยควบคุมทิศทางการแล่นในทางตรงได้ดี โดยกฏทั่วไปนั้น ครีบที่มีขนาดใหญ่จะช่วยยกให้บอร์ดลอยตัวและเหมาะแล่นคู่กับใบ (Sails) ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากในช่วงที่มีลมพัดไม่แรงมาก หากใช้ครีบที่มีขนาดเล็กก็จะมีแรงยกที่น้อย แต่จะสามารถช่วยควบคุมให้เลี้ยวไปในทางที่ต้องการได้อย่างแม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเล่นไม่นานและอยากจะลองแล่นในสายลมแรง

ครีบกลาง

คือครีบกลาง (Center Board) ที่อยู่ตรงกลางของบอร์ดและเป็นตัวช่วยที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นหรือผู้ที่เล่นมาซักระยะแล้ว ระหว่างที่กำลังแล่นไปบนผืนน้ำ ผู้เล่นสามารถบังคับครีบตั้งแต่ 0 ถึง 90 องศาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ ระหว่างการเล่น เมื่อเริ่มอยู่ตัวแล้ว ครีบจะสามารถช่วยเพิ่มความคงที่และลดความเบี่ยงเบนระหว่างที่เล่น ดึงย้อนครีบกลางไปด้านล่างของบอร์ดจะช่วยทำให้คุณแล่นไปได้เร็วยิ่งขึ้น

ช่องเสียบเท้า (Footstraps)

ไว้สำหรับเสียบเท้าเข้าไปในบอร์ด ทำให้คุณทรงตัวได้ดีขึ้นเมื่อจับบังเหียน

กล่องเสา (Mast box)

เป็นตัวที่เชื่อมต่อใบและบอร์ด

หลังจากที่เลือกอุปกรณ์ทุกอย่างได้แล้ว อย่าลืมเช่าอุปกรณ์ทั้งหมดออกไปเล่นบนน้ำเพื่อดูว่าเหมาะกับตนเองมากแค่ไหน หากคุณเป็นมือใหม่จริง ๆ ควรเลือกบอร์ดที่มีปริมาตรต่ำซะก่อน โดยเลือกเช่าจากโรงเรียนสอนเล่นวินด์เซิร์ฟหรือร้านเช่าอุปกรณ์เพื่อที่จะได้ลองอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบโดยที่ไม่ต้องซื้อ เราแนะนำให้คุณลองไปเล่นดูก่อนที่จุดที่อนุญาตให้เล่น ในประเทศไทยก็มีที่พัทยา ภูเก็ตและสัตหีบ