ผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อนแท้ของนักแล่นใบ

แสงแดดเป็นสิ่งที่นักเล่นกีฬาทางน้ำต้องเจอ ซึ่งสิ่งที่มาคู่กันกับแสงแดดก็คือรังสีต่างๆ และที่คนกังวลและกลัวมากที่สุดก็คือรังสี UV นักเล่นวินด์เซิร์ฟที่ดีจึงควรรู้จักหาวิธีป้องกันตนเองจากอันตรายที่มาพร้อมกับแสงแดดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าเมื่อไม่มีร่มกลางทะเลให้หลบ การป้องกันตนเองจากอันตรายที่มาพร้อมกับแสงแดดก็คือการใช้สารกันแดดนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์กันแดด (sun protection product) เป็นสิ่งที่ผู้คนที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งควรใช้ โดยทั่วไปแล้วจะถูกกำหนดมาตรฐานสากลไว้ด้วยระดับของ SPF (sun protection factor) และ PFA (protection factor of UV-A)

ค่า SPF ที่คุ้นหูอย่างเช่น SPF-15, SPF-30 หรือ SPF-50 หมายถึงค่าประสิทธิภาพในการป้องกันการไหม้แดงของผิวที่เกิดจากรังสี UV-B ซึ่ง UV-B เป็นรังสีที่ปนมาในแสงแดด มีอำนาจในการทำให้ผิวหนังบวมแดง ไหม้และลอก ตามปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ระหว่าง 2-15 จะสามารถดูดซับหรือสะท้อนรังสี UV-B ได้ที่ 50-90% ส่วนค่า SPF 15-30 จะมีประสิทธิภาพที่ 90-96% ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30-50 จะมีประสิทธิภาพดูดซับหรือสะท้อนรังสีได้ที่ 96-98% กล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปมีคุณสมบัติแทบไม่แตกต่างกัน

ค่า PFA เป็นความสามารถในการป้องกันรังสี UV-A ซึ่งเป็นรังสีที่ทะลุทะลวงได้ดีกว่า UV-B โดยมันจะทะลุชั้นผิวหนังลงไปถึงหนังแท้ แล้วไปทำลายในส่วนของเนื้อเยื่อคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติก และมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีหรือเมลานินที่มีความเข้มมากขึ้นหรือกลายเป็นผิวสีแทน ซึ่งค่าของ PFA จะมีตั้งแต่ 2-4, 4-8 และตั้งแต่ 8 ขึ้นไป ยิ่งมีค่าสูงก็ยิ่งป้องกันการทะลุผ่านของ UV-A ได้มากกว่า

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดมีให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายสูตร โดยผู้ผลิตจะผลิตออกมาเป็น 3 รูปแบบคือแบบครีมหรือโลชั่นเรียกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อิมัลชั่น โดยการเอาสารประกอบหลายๆ ตัวมากวนรวมกัน ผู้ใช้งานต้องทาครีมหรือโลชั่นบนผิวกายและใบหน้า ซึ่งอาจจะรู้สึกเหนอะหนะได้ ทำให้นอกจากการแข่งขันเรื่องคุณภาพป้องกันแสงแดดแล้ว ยังเกิดการแข่งขันกันว่าใครจะผลิตสารกันแดดที่เหนอะหนะน้อยกว่ากันอีกด้วย

รูปแบบต่อมาคือรูปแบบเจล ซึ่งเป็นอีกระดับของสารกันแดด เนื่องจากมันมีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่สวยงามกว่า มีความใส น่าใช้งานมากกว่า แต่ปัญหาใหญ่ของผลิตภัณฑ์แบบเจลคือการที่มันมีสภาพเหมือนแผ่นฟิล์มบางๆ ทำให้เมื่อโดนน้ำมักหลุดเลือนได้ง่ายกว่าแบบครีมหรือโลชั่น แถมส่วนใหญ่แล้วมักมีราคาแพง

รูปแบบสุดท้ายคือรูปแบบสเปรย์ เป็นรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้งาน มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อใช้งานจะดูกลืนไปกับผิวมากกว่า เพราะถ้าเป็นแบบครีมมักทำให้เกิดปื้นขาวหรือคราบขาวที่ชัดเจน แต่ประสิทธิภาพของแบบสเปรย์นี้ถือว่าน้อยที่สุดในกลุ่มเพราะมักเกิดการเคลือบผิวที่ไม่ทั่วถึงต่อเนื่อง ทำให้สามารถเกิดระดับสีผิวที่แตกต่างกันได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับนักวินด์เซิร์ฟยังต้องคำนึงถึงเรื่องของระยะเวลาในการป้องกันรังสีต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ว่าในการใช้งานแต่ละครั้งสามารถอยู่ทนได้นานแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับระดับของสารกันน้ำ (water resistance product) ซึ่งมีค่ากลางๆ ให้เลือกอยู่ที่ 40 กับ 80 นาทีด้วยกัน

แต่การป้องกันตนเองจากแสงแดดด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเดียวยังไม่จบ เพราะเมื่อเสร็จจากกิจกรรมกลางทะเลแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรต้องใช้ร่วมด้วยคือผลิตภัณฑ์หลังออกแดด (after-sun product) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารลดการอักเสบของผิวจากการโดนแสงแดดหรือสารที่ผสมอยู่ในสารกันแดด เพราะแม้จะมีสารกันแดดช่วยแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะป้องกันได้ 100% แถมในสารกันแดดเองยังมีส่วนผสมบางอย่างที่อาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้ด้วย ผลิตภัณฑ์หลังออกแดดจึงเป็นตัวช่วยที่ปิดท้ายการเล่นกิจกรรมกลางแจ้งอย่างวินด์เซิร์ฟได้เป็นอย่างดี

การเล่นวินด์เซิร์ฟจึงไม่ใช่เพียงแค่การรู้จักวิธีเล่นให้สนุกและเก่งเท่านั้น หากแต่การรู้จักป้องกันตนเองจากแสงแดดและหลังออกแดดก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่กายที่ควรมีไว้เสมอเช่นเดียวกับอุปกรณ์วินด์เซิร์ฟนั่นเอง

สารกันแดด เรื่องสำคัญที่นักเล่นวินด์เซิร์ฟต้องเรียนรู้

การออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี เพราะการได้เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอจะช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ แถมยังได้รับความสุข ความสนุกไปด้วย แต่ตัวกวนใจเบอร์หนึ่งของเหล่าผู้ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งชาวไทยก็น่าจะเป็นแดดแรงๆ นี่แหละ ที่มาทั้งความร้อนและภัยอันตราย

วินด์เซิร์ฟเป็นกีฬาทางน้ำที่เล่นท่ามกลางแสงแดดแบบหมดสิทธิ์หนีเข้าร่ม การที่ร่างกายของนักกีฬาต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรงตลอดการแข่งขันหรือเล่นย่อมเลี่ยงผลกระทบจากแสงแดดและความร้อนไม่ได้ การป้องกันตนเองจากอันตรายที่แฝงมากับแสงแดดแผดเผาจึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก

ในแสงแดดมีอะไร? แสงแดดที่ส่องลงมาบนพื้นผิวโลกประกอบด้วยรังสีหลายอย่าง แต่ตัวที่มีผลต่อมนุษย์มากที่สุดคือ UV ซึ่งมี 2 ตัวด้วยกันคือ UV-A กับ UV-B

แม้ว่ารังสี UV จะมีข้อดีคือมันเป็นแหล่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามิน ดีขึ้นมามากที่สุด และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดสีที่เหมาะสมในการปกป้องผิวจากแสงแดด แต่มันก็มีสิ่งที่เป็นอันตราย โดย UV-A ที่สามารถทะลุผิวหนังชั้นนอกเข้าไปถึงชั้นที่อยู่ข้างล่างได้ จะเป็นตัวทำลายองค์ประกอบในร่างกายจำพวกเนื้อเยื่อคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติก เซลล์ผิวเกิดการเสื่อนสภาพ เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยบนผิวหน้าได้ ส่วน UV-B เองก็มีความอันตรายยิ่งกว่าเพราะมันจะทำให้ผิวหนังบวมแดง พองและลอกหากโดนแสงแดดแผดเผาเป็นเวลานาน หรือเกิดอาการไหม้แดดที่เรียกว่า Sun Burn แถมถ้าโดนรังสีนี้เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมันอาจจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

เมื่อรู้ว่า UV ในแสงแดดนั้นเป็นอันตราย นักเล่นวินด์เซิร์ฟรวมถึงนักออกกำลังกายกลางแจ้งทั้งหลายจึงจำเป็นต้องหาเครื่องป้องกันตัว ซึ่งก็คือสารกันแดดนั่นเอง

สำหรับสารกันแดดแล้วมีหลักการทำงานอยู่ 2 แบบคือ แบบดูดซับรังสีไว้ก่อนจะทะลุเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง กับอีกแบบคือแบบที่สะท้อนรังสีกลับไป

 ในกลุ่มสารกันแดดแบบที่ดูดซับรังสีไว้จะมีทั้งแบบดูดรังสี UV-A และ UV-B ซึ่งกลุ่มที่ดูดซับรังสี UV-A จะมีสารอย่างแอนทรานิเลต (anthranilate) หรือเบนโซฟิโนน (benzophenone) ส่วนสาระสำคัญในกลุ่มดูดซับรังสี UV-B ชื่อซินนาเมต (cinnamate) และซาลิไซเลต (salicylate) โดยมีสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามระดับค่า SPF (sun protection factor) และ PFA (protection factor of UV-A) ของผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด แม้จะป้องกันรังสีได้ดีแต่ข้อเสียของสารกันแดดกลุ่มนี้คือ สารประกอบของตัวดูดซับรังสีนี้บางตัวก็สามารถซึมเข้าผิวหนังและทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่นแพ้ได้

ส่วนในกลุ่มสารกันแดดแบบที่สะท้อนรังสีออกไปจะเป็นสารเคลือบผิวที่ทำหน้าที่คล้ายร่ม โดยสาระสำคัญที่ถูกใช้เป็นองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือ ซิงค์ ออกไซด์ (zinc oxcide) ไททาเนียม ออกไซด์ (titanium oxcide) และแมกนีเซียม ออกไซด์ (magnesium oxcide) เมื่อแสงแดดส่องมากระทบผิว รังสีส่วนใหญ่จะถูกสะท้อนกลับออกไป ทำให้มันสามารถป้องกันรังสีได้แต่ก็ไม่ดีเท่ากลุ่มแบบดูดซับรังสีไว้ แต่ก็ยังมีจุดดีในเรื่องผิวเกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่า

นอกจากนี้ยังมีสาระสำคัญที่ถูกเติมลงไปในสารกันแดดคือสารกันน้ำ เพราะนักกีฬากลางแจ้งที่ร่างกายผลิตเหงื่อขึ้นมาอาจจะกังวลว่าสารที่ทาไว้จะหลุดหรือเลือนจนไม่สามารถป้องกันรังสีไว้ได้ ยิ่งกับกีฬาทางน้ำแบบวินด์เซิร์ฟแล้วด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าระดับวัดกันเป็นนาทีด้วยการทดสอบผ่านการแช่น้ำ หลักๆ แล้วก็อยู่ที่ 40 กับ 80 นาที

การเล่นกีฬากลางแจ้งที่สัมผัสสายลมและแสงแดดตลอดเวลาแบบวินด์เซิร์ฟสามารถให้ความสุขได้อย่างมากมาย ยิ่งหากเตรียมตัวรับมือกับภัยแฝงที่มากับแสงแดดเป็นอย่างดี ก็ยิ่งทำให้กล้าออกไปลุยคลื่นและลมอย่างมีความมั่นใจได้มากขึ้น